Posted on

เลือกกินอาหารช่วยให้สุขภาพเส้นผมดีขึ้น

สุขภาพเส้นผมดีขึ้นได้ด้วยอาหารเลิศรส

สุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะที่ดีนั้นไม่ใช่ว่าจะได้มาอย่างง่าย ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมต่างๆ ก็เป็นได้แค่เพียงการบำรุงแค่ภายนอกเท่านั้น แต่ความเป็นจริงการบำรุงผมควรเริ่มต้นมาจากภายในด้วยเช่นกัน สำหรับสุดยอดอาหารบำรุงสุขภาพเส้นผมบนหนังศีรษะที่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าอาหารนั้นก็มีส่วนช่วยบำรุงเส้นผมแก้ผมร่วงได้อย่างดีเช่นกัน

แก้ผมร่วง

  1. เนื้อวัว ที่อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามินบี แร่ธาตุเหล็ก ที่มีส่วนช่วยในการบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ หากทานเป็นประจำจะสังเกตได้ถึงความแตกต่าง
  2. ไข่ จัดเต็มไปด้วยสารไบโอติน วิตามินบี มีส่วนสำคัญในการเพิ่มความเงางามให้แก่เส้นผมของคุณได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นอาหารที่สามารถนำมาปรุงได้หลายเมนู
  3. ผักใบเขียว เช่นผักโขม บร็อคโคลี่ กระหล่ำปี จะเป็นแหล่งที่อุดมวิตามินเอ และซี ซึ่งจะช่วยในการบำรุงหนังศีรษะให้มีสุขภาพเส้นผมบนหนังศีรษะที่แข็งแรง
  4. ปลาแซลมอล เป็นปลาที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ช่วยบำรุงหนังศีรษะให้ความชุ่มชื้น และอุดมไปด้วยโปรตีน วิตามินดี ซึ่งเป็นแหล่งสารอาหารที่ใช้ในการบำรุงเส้นผม และลดปัญหารังแคกวนใจได้อีกด้วย
  5. ลูกพรุน มีธาตุเหล็กสูง ช่วยป้องกันปัญหาผมร่วงและผมลีบแบนไร้น้ำหนัก
  6. ข้าวกล้อง เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามิน ไฟเบอร์ ซึ่งจะช่วยในการบำรุงสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะ รวมถึงธัญพืช ซีเรียลต่างๆ และยังเป็นการช่วยควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
  7. ชาเขียว จะมีสารโฟลีนอลในชาเขียวจะมีคุณสมบัติบำรุงสุขภาพหนังศีรษะ และช่วยบำรุงสุขภาพผมและหนังศีรษะ รวมถึงช่วยให้เส้นผมเงางามและลดปัญหารังแคได้อีกด้วย
  8. วอลนัท มีสารอาหารสุดยอดของการบำรุงเส้นผมที่เปี่ยมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า3 ไบโอติน วิตามินอี และแร่ธาตุต่างๆที่ช่วยในการบำรุงเส้นผมให้สลวยเงางามได้
  9. ผลไม้ตระกูลเบอรี่ ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี และมีส่วนช่วยนำพาออกซิเจนไปเลี้ยงหนังศีรษะได้ดี ทำให้รากผมและหนังศีรษะแข็งแรงมากยิ่งขึ้นลดอาการหลุดร่วงได้เป็นอย่างดี
  10. เมล็ดฟักทอง เป็นแหล่งอาหารสำคัญของเส้นผมที่ให้โปรตีนอย่างมากและมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ธาตุเหล็ก สังกะสี ที่มีสาวนในการช่วยบำรุงสุขภาพเส้นรวมถึงหนังศีรษะ

สุดยอดอาหารบำรุงเส้นผมแก้ผมร่วงที่สามารถหามาทานได้ตั้งแต่วันนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี รับรองว่าสามารถทานได้ทุกวันและยังช่วยให้ร่างกายนั้นแข็งแรงอีกด้วย

Posted on

เทรนฮิตมาแรงการศัลยกรรมปากกระจับปากบาง

ศัลยกรรมปากกระจับปากบาง เทรนฮิต

เทรนฮิตมาแรงการศัลยกรรมปากกระจับปากบาง หลายคนอยากสวยอยากหล่อตามดารา ขวัญคนดังต่างๆ ซึ่งหลายคนทำออกมาแล้วสวยหล่อ แต่บางคนทำออกมาแล้วก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด ก่อนตัดสินใจทำจะต้องรู้ว่าการทำศัลยกรรมปากกระจับปากบางเป็นการตัดเนื้อเยื่ออกมาหรือริมฝีปากออกไปก็จะไม่สามารถเอาคืนกลับมาได้ หากผิดพลาดก็จะแก้ไขไม่ได้คุณก็จะต้องอยู่กับสิ่งนั้นไปตลอดชีวิต

ศัลยกรรมปากกระจับ

  1. ข้อควรคิดก่อนการทำศัลยกรรมปากกระจับปากบาง สิ่งแรกต้องดูว่ามีความต้องการทำตามเทรนด์หรือไม่ ลักษณะของริมฝีปากสามารถตกแต่งได้หรือไม่ หากริมฝีปากบางอยู่แล้วก็ไม่ควรทำเพราะจะทำให้เห็นเหงือกเวลายิ้ม ทำแล้วออกมาได้รูปปากที่สวยไม่เบี้ยวหรือบางเกินไป และควรปรึกษาแพทย์ให้เข้าใจก่อนการตัดสินใจทำ
  2. ขั้นตอนการทำศัลยกรรมปากกระจับปากบาง คุณจะได้ดูภาพสเก็ตก่อนทำจริงว่ามีความคิดเห็นตรงกันหรือไม่ก่อนการผ่าตัด หากคุณมีรูปปากที่สวยอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเพียงแค่ฉีดฟิลเลอร์ที่บริเวณติ่งก็ได้สามารถใช้วิธีนี้กับคนที่มีรูปปากสวยอยู่แล้ว
  3. ระยะเวลาในการผ่าตัดประมาณ 30-40 นาที เมื่อทำเสร็จคนไข้สามารถกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้เลย
  4. การเตรียมตัวทำศัลยกรรมปากกระจับปากบาง ถือเป็นการผ่าตัดเล็ก คนไข้ไม่ต้องเตรียมตัวมากเช่นการทำส่วนอื่นในร่างกาย เพียงทำความสะอาดในช่องปากแปรงฟันก่อนการพบแพทย์เข้ารับการผ่าตัด
  5. การดูแลตนเองหลังการผ่าตัด สามารถทำความสะอาดและแปรงฟันได้ตามปกติ การทำศัลยกรรมปากจะเห็นไหมแต่ไม่เห็นแผล เพราะแผลอยู่ด้านในริมฝีปาก หากไม่อยากปากบวมมากให้ใช้ความเย็นประคบประมาณ 3-4 วันซึ่งคนไข้สามารถพูดและทานอาหารได้ตามปกติ แต่ควรทานอาหารอ่อนๆ
  6. ผลข้างเคียง หาดตัดออกมากเกินไปจะทำให้ปากบางมากซึ่งจะไม่สามรถเอาเนื้อเยื่อกลับคืนมาได้หรือบางคนอาจมีปัญหาปากปีนก เบี้ยว ปากงุ้มเกินไป ออกเสียงผิด ยิ้มและแสดงอารมณ์ทางสีหน้าแล้วทำให้เบี้ยวดูประหลาด

สำหรับใครที่อยากทำศัลยกรรมต่างๆไม่ว่าจะทำตามกระแส หรือทำตามดาราขวัญใจที่ตนเองชื่นชอบ สิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องทราบเพราะการตัดเนื้อออกไปก็จะไม่สามารถแก้ไขได้ จึงควรปรึกษาแพทย์และสื่อสารให้เข้าใจตรงกันเพื่อผลลัพธ์ที่ดี หากตัดสินใจผิดพลาดก็จะทำให้คุณนั้นต้องทนทุกข์ไปกับปากผิดรูปไปตลอดชีวิต แทนที่จำได้ความสวยกลับต้องมาเจอความประหลาดส่งผลให้คุณหมดความมั่นใจในทันที

Posted on

หน้าใสไร้ริ้วรอย ด้วย 3 ตัวช่วยนี้

หน้าใส ไร้ริ้วรอย ด้วย 3 ตัวช่วยนี้

หน้าใสไร้ริ้วรอย
หน้าใสไร้ริ้วรอย

การมีผิวหน้าที่สดใสไรริ้วรอยนั้น ย่อมเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการรักษาเอาไว้ให้นานที่สุด แต่ด้วยปัญหามลภาวะที่อยู่รอบตัว ล้วนแต่เป็นสิ่งที่คอยทำลายผิว ทำให้หลาย ๆ คนมีปัญหาริ้วรอยก่อนวัย ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่ในปัจจุบัน ได้มีเทคโนโลยีหลาย ๆ อย่าง ที่จะช่วยทำให้ผิวของคุณกลับมาสวยใสดังเดิม ได้ด้วยวิธีเหล่านี้

  1. กรอผิวด้วยเลเซอร์ เป็นวิธีที่จะช่วยกระตุ้นให้ผิวชั้นนอกหลุดลอกออกไป ทำให้มีการสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาทดแทน ซึ่งโดยปกติจะใช้ในการรักษาแผลเป็น หรือริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า ตีนกา หรือรอยยุ่นที่มุมปาก ซึ่งการรักษาจะใช้เวลานาน 2 ชั่วโมง แต่หลังรักษาแล้วอาจมีอาการแดง บวม ช้ำ ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด และทายาอย่างเป็นประจำ
  2. กรอผิวด้วยสารเคมี ซึ่งการกรอผิวด้วยวิธีนี้จะใช้สารเคมี ซึ่งจะทำให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดลอกออกไป ทำให้เผยผิวใหม่ที่นุ่มนวลกว่าเดิม แถมยังทำให้มีรอยเหี่ยวย่นน้อยลงอีกด้วย แต่บางครั้งอาจเกิดอาการอักเสบจากการใช้สารเคมี ดังนั้นหลังจากลอกหน้าด้วยวิธีนี้ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด และทาครีมกันแดดอย่างเป็นประจำ
  3. กรอหน้าด้วยเกร็ดอัญมณี เป็นการกรอผิวหนังชั้นกำพร้าให้หลุดออกไปบางส่วน ด้วยการใช้การพ่นเกร็ดคริสตัล ที่ทำด้วยผลึกอลูมิเนียมออกไซต์ ที่มีขนาดเล็กเท่ากับทรายละเอียด ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว พร้อมแสง LED เพื่อกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ เป็นการขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ และขจัดสิ่งอุดตันออกไป

การดูแลผิวหน้าให้สวยสดใส ด้วยการใช้ตัวช่วยเหล่านี้ จะช่วยกระตุ้นทำให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วได้หลุดออกไป กระตุ้นให้เกิดเซลล์ผิวใหม่ ที่สดใสยิ่งกว่าเดิม แต่ต้องหลีกเลี่ยงแสงแดด และทายา และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ด้วย