Posted on

แชร์ประสบการณ์ตรง ตาปรือหลับตาไม่สนิท แก้ไขไม่ได้ไปตลอดชีวิต

แชร์ประสบการณ์ตรง…คิดว่าจะทำตาสองชั้นให้สวยหวานกลายเป็น “ตาปรือหลับตาไม่สนิท แก้ไขไม่ได้ไปตลอดชีวิต”

แชร์ประสบการณ์หลังทำตาสองชั้น

ก่อนทำเราก็หาข้อมูลมามากมาย คิดเยอะมากก่อนการผ่าตัด เห็นหลายสถานที่ทำแล้วมีปัญหา หลายหมอที่ทำแล้วมีคดีฟ้องร้อง ไม่รับผิดชอบจนทำให้กลัวเลยก็ว่าได้ แต่ปัญหาของเราคือเป็นคนตาตี่หรือที่เค้าเรียกกันว่าตาสระอิ เพื่อนชอบล้อว่ามองเห็นมั้ย ไปเจอใครๆเค้าก็พูดกันว่าตาไม่สวยไม่มีโหง่วเฮ้ง ดูเศร้าหมองและไม่น่ามอง เหมือนเราเป็นคนพิการเลย  เป็นปัญหาและปมด้อยของเราก็ว่าได้  เลยตัดสินใจทำตาสองชั้นกับที่ที่มีชื่อเสียงเลยและติดอันดับหมอต้นๆที่ทำตาได้สวยมาก

ถึงจะเป็นคลินิกแต่คิดว่าหมอก็ชำนาญอยู่เพราะเราทำราคาแพงด้วยหลายหมื่นเลย เราเลือกที่นี่เพราะว่าเพื่อนแนะนำและรีวิวก็สวยมาก คิดว่าทำในราคาที่สูงคิดว่าผลจะต้องออกมาดีแน่เลยตัดสินใจเลือกที่นี่ หมอทำชั้นตาให้ดูว่าได้ประมาณนี้นะ โดยเอาไม้อะไรซักอย่างมาทำเป็นชั้นตาให้เราดูว่าได้เท่านี้นะ โอเคมั้ย หรือว่ายังไง เราก็คิดว่าหมอชำนาญแหละสวยแน่นอนเลยบอกไปว่าแล้วแต่หมอเลยคะยังไงก็ได้เอาให้ชั้นตาใหญ่ๆ ดูไม่เศร้า หวานด้วย โตด้วย ทุกอย่างที่คนเค้าทำกันเราต้องการหมด ตอนแรกคิดว่าออกมาต้องปัง สุดท้ายพังงงง….

ที่ว่าพังคือตอนนี้ผ่านระยะเวลาหลังการผ่าตัดไปนานประมาณเกือบ 6 เดือนแล้ว ชั้นตายังบวมใหญ่  ใหญ่จนดูหลอกไปเลยเราเครียดและกังวลมากกลัวมากเพราะเราตัดสินใจทำเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่มั่นใจของตัวเอง ไม่ใช่ทำมาแล้วกังวลหนักกว่าเดิมและไม่กล้าไปพบปะใคร  พบหมอบอกว่าให้รอก่อนเพราะบวมเราเข้าใจแต่มันนานแล้วหลายเดือนแล้วครึ่งปีก็ไม่ดีขึ้น ทำอะไรไม่ได้ให้รออย่างเดียว แต่การรอไปเรื่อยๆโดยไม่มีเป้าหมายมันทำให้เราทั้งเสียดายเงินและเสียเวลาในการพักฟื้นที่นานเกินไป ไม่เห็นใครต้องรอนานขนาดนี้ จนแอบคิดว่าเราจะได้ชั้นตาแบบนี้กับเงินที่เสียไปหลายหมื่นและหมอที่คิดว่าดีที่สุด โดยที่ราคาที่เราเสียไปนั้นทำในโรงพยาบาลได้เลย แต่เราเลือกทำที่นี่เพราะเชื่อมือหมอ  แต่คิดแบบนั้นผิดมากๆ ซึ่งตอนนี้ก็ยังคงชั้นตาดูใหญ่เหมือนเดิม ดูปรือและบวมตลอดเวลาซึ่งไม่มีทางแก้ไขต้องรออย่างเดียว

ใครทำศัลยกรรมแล้วสวยถือว่าโชคดีก็ดีใจด้วย แต่ใครที่ทำแล้วเหมือนเรา ไม่สวย ไม่ประสบความสำเร็จก็ถือว่าเสียเงินฟรีและเรียกได้ว่าซวยเลยทีเดียว  อยากให้ประสบการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนของคนที่คิดจะทำศัลยกรรมให้คิดหน้าคิดหลังให้ดีก่อน ไม่ใช่ดูแต่ข้อดีให้คิดเผื่อข้อเสียและผลที่จะเกิดขึ้นด้วยหากไม่ประสบความสำเร็จ   แต่เราก็คิดนะอาจเป็นเพราะมันไม่มากพอเท่านั้นเอง เลยเป็นแบบนี้…..